มีหลายคนตั้งคำถามเกี่ยวกับการคบเพื่อน ว่าคบเพื่อนแบบไหนถึงจะดี คบเพื่อนแบไหนที่เป็นเพื่อนกันไปจนตาย คือประเภทพวกที่ชอบหาเรื่องว่าเพื่อนๆ ส่วนใหญ่ไม่รักตัวเองจริง คบกันได้ไม่นานก็ออกขี้ออกไส้ รู้แกวกันไปหมดแล้ว เหมือนกับว่าผู้เขียนต้องสะเทือนโลกเพราะมันหมุนเร็วไปรึป่าว ไม่เหมือนแต่ก่อนเพื่อนก็คือเพื่อนเวลาไปไหนมาไหนก็จะคิดถึงเพื่อน รอบข้างหรือคนที่รู้ใจตัวเองมาโดยตลอดไม่คาดคิดว่าเพื่อนจะมาหักหลังกันได้ง่ายๆ เพราะสังคมปัจจุบันนี้ผู้เขียนยอมรับเหลือเกินว่ายากที่จะค้นหาเพื่อนดีๆมาคบสักคน และยากที่จะตามหาเพื่อนแท้ที่รู้ใจดีๆสักคน เพราะเป็นเสมือนกับว่าโลกนี้เพดานโหว่ แหว่งไปบาง คนไม่เต็มคนบ้าง เลยหาเพื่อนแท้ได้ยากยิ่ง เมื่อพื้นที่เหล่านี้มันน้อยอะไรๆก็เปลี่ยนจากจะคิดถึงกันก็ ไม่ต้องแล้ว แค่เห็นหน้ากันก็พอ เพราะด้วยความที่ระยะห่างมันใกล้กันเกินไปมั๊งเลยไม่มีส่วนให้คนเต็มคนเท่าใดนัก ต่างกันมากกับช่วงเวลาแต่ก่อนที่ไม่มีปัจเจกสื่อสังคมที่เยอะแยะเจาะแจ๊ะกันขนาดนี้ นั้นก็หมายความว่าความเป็นตัวตนแท้ของเราก็ค่อยๆลบคุณหา หายและจางลงไปเรื่อยๆได้เหมือนกัน เราถึงได้เห็นหัวข่าว พาดกันทุกวี่วันบ้างล่ะว่า เพื่อนฆ่าเพื่อน เพื่อนชิงทรัพย์ โดนโกง หรือหลอกยิมเงินแล้วไม่คืน เพื่อนที่หลอกล่อเอากระทั่งแฟนเพื่อนกันเองบ้าง หรือเพื่อนที่ไม่คิดอะไรให้มักงอกเงยบ้างนอกจากจะติดสินบนกันไปมา โยงเรื่องราวไปซ่ะต่างๆนาๆ ก็เพราะพื้นทีี่ตรงนั้นมันยังไม่เกิดเสมือนว่าเป็นเพื่อนแท้ ที่รักกันจริง พร้อมที่จะคอยช่วยเหลือกันไปได้จริงๆ ผู้เขียนยังคิดอยู่เลยว่าหากเป็นเช่นนี้ไปนานๆ สังคมเรามันจะเสื่อมทรามลงไปด้วยรึป่าว การศึกษาแต่ละวันก็เน้นกันจังกับปริมาณองค์ความรู้ ไม่เน้นให้นำมาฝึกใช้ได้จริงกับชีวิตประจำวันหรืออนาคตที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียนมาเลย ทำให้สังคมเรามันบกพร่องไปมากแล้ว แต่กระนั้นผู้เขียนเองก็ไม่ได้สนใจที่จะมองมุมเดียว เพราะโลกมันมีสองด้าน ไม่ซิอาจมากกว่านั้นนะในวงการนักเขียน แต่ก็ยังเห็นสิ่งดีๆที่สังคมของเราพยายามที่จะรักษาและความสภาพของความดีงามในสังคมไว้อยู่ บางคนก็คบกันเป็นเพื่อนกันมาขณะเรียน ถึงเข้ามหาวิทยาละย เอนทรานติดคณะเดียวกัน สาขาเดียวกัน แต่งงานกัน มีลูก มีครอบครัว ในลักษณะเดียวกันนี้ก็ยังมีอีกหลายๆแห่ง ถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่องเอาไปเป็นแบบอย่างทีเดียว เพื่อนในลักษณะที่ดีคือเพื่อนที่พร้อมที่จะเรียนรู้ในสิ่งเดียวกันทำสิ่งเดียวกันไปด้วยกันได้ Click ก็ OK ,มี Step ไปต่างๆนาๆ เพื่อนมีหลายแบบให้เลือกคน เราไม่จำเป็นต้องคบเพื่อนคนนั้นไปจนตาย แต่ต้องมองเห็นข้อดีข้อเสียของกันและกันอยู่ร่วมกันได้อย่างไม่บาดหมาง มีเรื่องให้ทะเลาะวิวาทกันจนทำให้อีกฝ่ายต้องเมินเฉยไปต่อกัน ควรมีทักษะในการเปิดรับคน และทักษะในการประคับประคองคนในการอยู่ร่วมกันในสังคม เราถึงจะมีเพื่อนมากได้ ต้องมองมาที่ตัวเรา และเขาที่เป็นตัวเชื่อมว่า เอ๊ะ เรามีอะไรที่พอจะรู้ใจ เหมือนกัน หรือพูดคุยกันได้บ้าง ต้องพร้อมที่จะเรียนรู้เสมอ เพราะหากไม่เรียนรู้ สุดท้ายมันจะเป็นได้แค่บทเรียนเท่านั้น จะต้องเรียนรู้พยายามต่อสู้กับสิ่งที่กำลังก้าวเดินไปอย่างถูกทิศทาง ไม่จำเป็นว่าจะต้องคบเพื่อนคนเดียวเท่านั้น เพราะเพื่อนตายของฉันนะแก อย่างนี้เรียกว่าสังคมไม่เปิด ไม่มีทัศนคติในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ต้องหัดที่จะเรียนรู้คนให้มาก มากพอที่เมื่อเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น แล้วตัวเองรับไหว เข้าใจในสิ่งที่เกิดข้น นั้นถือว่าเราผ่านผลช่วงเวลาที่เป็นโชคชะตามาบ้างแล้ว ขณะเดียวกันก็อย่าพยายามปล่อยให้โชคชะตาหรือสิ่งดีๆหลุดมือไป ต้องพยายามเชื่อมค่อหรือหาทางคอนเน็กต์ไปกับมันเรื่อยๆเราถึงจะกลายเป็นคนมีทักษะน่าคบหา มีประสบการณ์ในการมองคนออกมาคนแบบนี้เป็นอย่างนี้นะ วิธีการที่จะเรียนรู้เขาควรเป็นอย่างไร มากกว่า ปลาที่อยู่ในน้ำ ที่มันแหวกว่ายไป มันเรียนรู้อะไรใหม่ๆได้เสมอ รู้จักการทักทาย การเลือกที่จะแหวกว่ายไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันมันก็รู้จักการหาอาหาร การกินให้ ร่างกายมีขนาดใหญ่ขึ้น เหมือนกับมนุษย์ที่มีอายุมากขึ้นย่อมต้องมีประสบการณ์เป็นธรรมดา ปลาก็จะแหวกวายตัวเองไปเรื่อยๆเพื่อการเติบโตและรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆต่างสายพันธุ์ เพราะฉะนั้นเราเป็นมนุษย์ที่มีสภาพที่เหนือกว่าสัตว์ทั่วๆไปอย่าพยายามาทำตัวให้ต่ำลงไปเลยจะดีกว่า เพื่อนที่ดีก็เหมือนกัน หากเรามีประสบการณ์มากพอ ก็จะมองออกเลยว่าคนไหนเป็นเพื่อนแท้คนไหนเป็นเพื่อนเทียม แต่ในสถานะของการผูกมิตรก็อย่าแสดงออกถึงการต้องเอาเปรียบผู้อื่น เพราะคนๆใดก็ไม่อยากให้ตนเองถูกเอาเปรียบเหมือนกัน
(สำหรับเด็กที่กำลังเรียน หรือผู้ใหญ่ที่กำลังหัดก้าวเดิน)
(สำหรับเด็กที่กำลังเรียน หรือผู้ใหญ่ที่กำลังหัดก้าวเดิน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น